คนๆนึงจะสามารถมีอาชีพได้มากกว่า 5 อาชีพหรือไม่
คน ๑ คน สามารถมีอาชีพ
ได้มากกว่า ๕ อาชีพหรือไม่ ?
จะมีไหม? คนที่คิดแบบเรา...ว่าคน ๑ คนสามารถมีอาชีพได้มากกว่า ๕ อาชีพ
ไม่รู้เหมือนกันว่า ความคิดแบบนี้เข้ามาในหัวสมองได้อย่างไร
อาจคงเป็นเพราะเราพึ่งเรียนจบปริญญามา
ใหม่ด้วย จึงทำให้มีความคิดแบบนี้
เราคิดแค่ว่าเราจะทำอย่างไร ให้พ่อแม่ไม่มีหนี้ และมีเงินใช้ ครอบครัวสุขสบาย โดยต้องเป็นเงินที่เราหาได้เอง และเงินนั้นต้องเป็นเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเราโดยได้เงินมาอย่างสุจริต และนี่ก็คงเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆของความคิดที่ว่า คน ๑ คน จะสามารถมีอาชีพได้มากกว่า ๕ อาชีพหรือไม่ นั่นเอง
อาชีพมากกว่า ๕ อาชีพที่เรากำลังจะเริ่มต้นทำให้มันเป็นจริง มีดังนี้
1. โปรแกรมเมอร์ ซึ่งเราก็ไม่ได้เก่งเขียนโปรแกรม แต่เราชอบที่เรียนรู้มัน คงเป็นอาจารย์ที่สอนด้วยแหละ ที่ทำให้เราชอบและรักการเขียนโปรแกรม
รักและอยากที่จะเรียนรู้และดูตัวเองดีว่าไม่มีทางทิ้งมันเด็ดขาด...(เด็กคอมยังไงก็ยังเป็นเด็กคอมอยู่ดี)
2. นักการตลาดออนไลน์ ทำไมถึงอยากเป็นนักการตลาดออนไลน์ เรารู้จักอาชีพนี้เพราะเราเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ นี่ก็เป็นอีกรายวิชาหนึ่งที่ชอบ คือเราได้ความรู้จากวิชานี้มาก ก็คงเป็นเพราะอาจารย์ที่สอนอีกเช่นกัน ที่ทำให้เราอยากเป็นนักการตลาดออนไลน์ และวิชานี้ก็ทำให้เราอยากเป็น Blogger อยากทำธุรกิจส่วนตัวและก็เอามาใช้กับความรู้ที่เรามี ในการทำการตลาดออนไลน์ อีกทั้งยังได้รู้ว่าการตลาดออนไลน์มันไม่เหมือนกับการตลาดทั่วๆไปที่ใครหลายคนคิด หรือคนที่ยังไม่เข้าใจคำว่านักการตลาดออนไลน์คืออะไร
ถ้าจะให้เราสรุปง่ายๆเลย ลองนึกภาพตามแล้วกัน
ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักอินเตอร์เน็ต การขายสินค้าบนอินเตอร์เน็ต ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น และรวดเร็ว โดยสามารถสั่งผ่านออนไลน์ จ่ายเงินโดยการโอนผ่านมือถือ แต่การตลาดทั่วไปหรือแบบออฟไลน์ เหมือนกับเราต้องเดินไปหาสินค้านั้นเอง
3. ธุรกิจส่วนตัว 3 ธุรกิจ อาชีพนี้คงเป็นอาชีพที่จะเชื่อมไปยังอาชีพอื่นๆที่เรากำลังจะเริ่มต้นมัน แต่คงต้องค่อยๆเป็น ค่อยๆไป เราอยากค่อยๆเติบโต อยากใช้เงินของตัวเองในการลงทุนทำธุรกิจ
ซึ่งอีกไม่นาน ก็คงจะทำให้มันเป็นจริง...
เราเคยคิดว่าเราจะทำอะไรดีที่มันจะสามารถเลี้ยงเราและครอบครัวเราได้ แล้วจะต้องทำอาชีพนี้ไปตลอดชีวิต จนได้ไปเรียนมหาวิทยาลัย แล้วเราต้องเรียนให้ครบตามหลักสูตร
เราตั้งใจไว้ตั้งแต่เห็นวิชานี้แล้วว่า ก่อนจบยังไงก็จะลงเรียนวิชานี้ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ตามรอยของพ่อหลวง ถึงเราจะไม่ได้ A แต่เราก็ดีใจที่อย่างน้อยๆเลย เราได้รู้ว่าพ่อทำอะไรเพื่อคนไทยบ้าง และคิดอะไรเพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างพอเพียง
เราตั้งใจไว้ตั้งแต่เห็นวิชานี้แล้วว่า ก่อนจบยังไงก็จะลงเรียนวิชานี้ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ตามรอยของพ่อหลวง ถึงเราจะไม่ได้ A แต่เราก็ดีใจที่อย่างน้อยๆเลย เราได้รู้ว่าพ่อทำอะไรเพื่อคนไทยบ้าง และคิดอะไรเพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างพอเพียง
และธุรกิจส่วนตัวที่เราหมายถึงก็คงเป็นเพราะพ่อหลวงที่ทำให้เราอยากที่จะทำ นั่นก็คือ
1. เลี้ยงกุ้งก้ามแดง / กุ้งสวยงาม กุ้งที่พ่อหลวงของเราได้นำเอามาในประเทศเพื่อให้ประชาชนเลี้ยงและทำเป็นอาชีพ ซึ่งด้วยความที่เราเห็นกุ้งก้ามแดงครั้งแรก ก็
2. เลี้ยงไส้เดือน และทำปุ๋ยขี้ไส้เดือนขาย อาชีพนี้เราอยากทำคงเพราะตอนที่เราเรียนวิชาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกเช่นกัน เราจำได้ดีวันนั้นอาจารย์ที่สอนเรา เป็นด็อกเตอร์แต่เลี้ยงไส้เดือน อาจารย์บอกว่า อาจารย์เริ่มต้นการกะละมัง 1 กะละมัง ตอนนี้อาจารย์มีมากกว่า 20 กะละมังแล้ว
ซึ่งแน่นอนว่าเราเรียนบริหารธุรกิจ แน่นอนความคิดเรายังไงก็ต้องโยงเข้าธุรกิจอยู่แล้ว ซึ่งมันลงทุนน้อย และอีกอย่างพ่อกับแม่เราชอบปลูกต้นไม้อย่างน้อยๆเลย ปุ๋ยขี้ไส้เดือนสามารถเป็นปุ๋ย ให้พ่อกับแม่ปลูกพืชผักสวนครัวหรืออื่นๆได้มาก อีกทั้งยังมองการไกลไปถึงการที่เราปลูกในสิ่งที่เราอยากกิน และเมื่อเหลือหรือมีมากเกินไปเราก็สามารถนำเอาไปขายได้ เมื่อเรามีรายได้แล้ว เราก็สามารถที่จะซื้อสิ่งที่เราอยากกินและเราไม่ได้ปลูกได้ มีเงินเก็บออมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
3.ร้านอาหารซีฟู้ด ปิ้งย่าง แน่นอนเราเรียนบริหารธุรกิจ เราก็อยากเอาความรู้ที่เรามีมาสร้างเป็นอาชีพของตนเอง บริหารกิจการเอง
4.พนักงานบริษัท ตอนนี้เราได้ทำงานอยู่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา เหตุผลง่ายๆเลยที่เราเลือกที่จะทำงานที่นี่ เพราะเป็นที่แรกที่เราไปสอบสัมภาษณ์ แล้วติดพอดี อาชีพนี้ที่ได้ทำที่นี่.. คงเป็นเพราะเราเรียนคอมพิวเตอร์มาด้วย และสิ่งที่ทำให้บริษัทรับเรา คงต้องขอบคุณอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ที่ทำให้เราได้มีโอกาสที่ได้ฝึกอบรมต่างๆ และได้เกียรติบัตรมา พอพี่ที่บริษัทเห็น Resume เราเขาจึงสนใจ กว่าจะได้ทำงานบริษัทที่ใหญ่โตแบบนี้ก็ต้องผ่านหลายบททดสอบเลย
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ว่า เราทำตำแหน่งที่เราไม่ได้เรียนมาโดยตรง แต่ก็มีในส่วนของการบริหารธุรกิจบ้าง ส่วนใหญ่เลยก็วิศวะ เราต้องมานั่งเรียนรู้การอ่าน Drawing แบบที่วิศวะเขาทำ ต้องรู้กระบวนการต่างๆภายในบริษัท เอกสารคำศัพท์ภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งมันเป็นไปได้ยาก แต่เราจะค่อยๆเรียนรู้งาน หลายๆคนคงคิดว่าจะเป็นไปได้หรอ เรียนเขียนโปรแกรม แล้วมาทำงานออฟฟิตที่ต้องทำเกี่ยวกับวิศวะ
พูดง่ายๆเลย สิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจที่จะไปทำงานทุกวัน ต้องเจอสิ่งที่เราไม่ได้เรียนมา แต่ดันเจอพี่ๆที่ทำงานดี คอยสอนงานให้ ทำให้เรารู้สึกดีที่ได้ทำงานที่นี่ อีกทั้งหัวหน้าของเราก็เรียนการจัดการมา แต่ตอนนี้สามารถเข้าใจกระบวนการต่างๆได้ทั้งบริษัท สามารถอ่าน Drawing ได้เหมือนวิศวะ จนคิดว่าหัวหน้าเราเรียนวิศวะมา
และนี่ก็คงเป็นความคิดที่ว่า ค่อยๆเรียนรู้งาน ในใจก็คิดว่า อย่างน้อยๆ เราก็ได้ความรู้มากกว่าเขียนโปรแกรม ลองเรียนรู้สิ่งที่เราไม่เคยรู้บ้าง จะทำให้เรารู้มากกว่าคนที่รู้อยู่แค่อย่างเดียว
5. นักลงทุน จริงๆแล้วอาชีพนี้ เราดูมาจากละคร เราอยากเล่นหุ้น มันดูรวยดี มันคงจะดูตลก แต่เราคิดว่าถ้าเรามีเงินเก็บ เราคงต้องศึกษาหารายละเอียดก่อนที่จะเริ่มต้นทำอาชีพนี้...
อีกทั้งประสบการณ์ในชีวิตที่จะลงทุน ผู้ถือหุ้น
ปล. คนเราควรจะมีเป้าหมายเป็นของตนเอง ว่าคิด หรือ อยากจะทำอะไร ?
จากนั้น ลงมือทำมันให้เป็นจริง !!







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น